Google Penalty คืออะไร?

คนที่เป็นแฟนบอลต่างประเทศคงเคยได้ยินผู้่บรรยายพูดคำว่า Penalty  กันมาบ้าง ตอนที่ผู้เล่นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำผิดกฏการแข่งขันที่เรียกกันว่า ฟาล์ว ผู้ตัดสินในสนามจะพิจารณาลงโทษทีมที่ทำฟาล์ว เช่นให้ยิงลูกโทษ เป็นต้น ในโลก Search Engine ก็เช่นกันหากต้องให้กูเกิ้ล เป็นเครื่องมือค้นหาเว็บแล้ว ทุกเว็บไซต์ต้องอยู่ภายใต้กฏของกูเกิ้ล เว็บไซต์ไหนที่ทำตัวออกนอกลู่นอกทาง พูดง่ายๆคือทำผิดกฏก็จะได้รับการลงโทษจากกูเกิ้ล การลงโทษดังกล่าวเรียกว่า Google Penalty บางครั้งเว็บมาสเตอร์จะเรียกแบบเสียดสีว่า Google Slap (โดน Google ตบหน้า)

google-penalty-red-card

Google Penalty คือการที่ กูเกิ้ลลดอันดับของเว็บไซต์ที่ทำผิดกฏ ทำให้ผลการค้นหาของเว็บไซต์นั้นๆตกไปอยู่ในอันดับที่ไม่ดี หรือไม่ก็ไม่ปรากฏใน Google อีกเลย

จุดประสงค์หลักๆของการอับเดท Algorithm ที่ว่าคือให้การทำให้ผลการค้นหามีประสิทธิภาพมากที่สุดทันต่อการเปลี่ยนแปลงในเว็บไซต์ต่างๆ และเป็นการจัดการเว็บไซต์ต่างๆที่ใช้เทคนิคการทำ SEO แบบไม่ซื่อตรง ที่เรียกว่า black-hat SEO ซึ่งก็คือการทำให้เว็บไซต์ของตัวเองได้ตำแหน่งดีๆโดยวิธีการโกงหรือพยายามหลอกกูเกิ้ล นั่นเอง แต่ก็ขอโทษด้วย Google ไม่ได้ถูกหลอกง่ายๆ หาก Google ตรวจพบว่าเว็บไซต์ไหนใช้กระบวนการ SEO ที่ไม่ซื่อไม่ตรงแล้วก็จะถูกลดอันดับหรือหายไปจากผลการค้นหาไปเลย

อ้างอิงจากผู้เชี่ยวชาญด้าน Search Engine จาก Search Engine Land   การถูกลดอับดับที่ว่าไม่ใช่แค่ 3-4 อันดับเท่านั้น แต่จะถูกลดอย่างน้อย 50 อันดับ ซึ่งก็หมายถึงถ้าอยู่หน้าแรกก็จะตกไปอยู่หน้าที่ 5 เลยทีเดียว ซึ่งจะมีผลกระทบเป็นอย่างมากเพราะคนจำนวนน้อยมากที่จะดูผลการค้นหาไปจนถึงหน้าที่ 5 เว็บมาสเตอร์บางคนถึงกับกล่าวว่าตั้งแต่หน้าที่ 2 เป็นต้นไปก็คือหลุมศพของบรรดาเว็บไซต์นั่นเอง และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคืออการถูกลบออกจากผลการค้นหาแบบถาวร ซึ่งเว็บมาสเตอร์ (กลุ่มเดิมนั่นแหละ) ก็เปรียบอีกว่าไม่ใช่แค่อยู่ในหลุมศพเท่านั้นไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกต่อไป

กระบวนการลงโทษโดยกูเกิ้ลแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ

Google Penalty แบบแรก Manual ซึ่งก็คือมนุษย์ (พนักงานของกูเกิ้ลนั่นแหละ) ทำการลดอันดับหรือลบเว็บที่ทำผิดหลักเกณฑ์ หรือผิดกฏออกจากฐานข้อมูล การลงโทษในรูปแบบนี้ถือเป็นอะไรที่ร้ายแรงที่สุดเพราะมันหมายถึงเจ้าหน้าทีของ Google เห็นชัดแล้วว่าเว็บของเราทำผิดและไม่มีคุณสมบัติอยู่ในตำแหน่งผลการค้นหา แต่ข่าวดีคือถ้าเราไม่ได้ทำผิดกฏแบบสุดขั้วจริงๆโอกาศที่จะถูกลงโทษในรูปแบบนี้มีน้อยมาก

ตัวอย่างการทำผิดกฏเกณฑ์ที่อาจจะถุกลงโทษแบบ Manual นี้คือ การสร้างลิงค์ที่ไม่มีคุณภาพชี้เข้ามายังเว็บไซต์ เช่นการซื้อ Backlink จำนวนมาก การร่วมมือกับเว็บมาสเตอร์หลายๆคนทำ Backlink ที่ไม่มีคุณภาพชี้ไปยังเว็บไซต์ของตัวเอง การก๊อปปี้เนื้อหาจากเว็บไซต์ของอื่นมาเป็นเนื้อหาของตัวเอง การพยายามหลอกกูเกิ้ลโดยการสร้างคีย์เวิร์ดซ้ำๆ เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม และเว็บไซต์ที่ขายหรือแจกจ่ายของผิดกฏหมาย

ข่าวดีอีกอย่างหนึ่งคือกกูเกิ้ลมีนโยบายความโปร่งใส เรื่องการลงโทษประเภทนี้ เราสามารถตรวจสอบว่าเว็บไซต์ของเราถูกลงโทษในกรณีนี้หรือไม่

ตรวสอบได้จาก Google Search Console (ก่อนหน้านี้เรียกว่า Webmaster Tools) 

ถ้าหากเว็บไซต์ของเราถูกทำโทษในกรณีนี้ก็จะมีข้อความแจ้งเตือนในส่วนของ Search Traffic -> Manual Actions หน้าดังกล่าว ดังตัวอย่างในรูปด้านล่าง

google-search-console

ถ้าพบข้อความว่าเว็บไซต์ถูกทำโทษต้องรีบทำการแก้ไขโดยด่วน ตามคำแนะนำที่ปรากฏ แต่ถ้าเว็บไซต์ของเราไม่ถูกทำโทษแบบ Manual จะมีข้อความปรากฏเขียนว่า No manual webspam actions found ก็เป็นอันว่าสบายใจได้

Google Penalty แบบที่สอง อันดับของเว็บไซต์ได้รับผลกระทบจากการอับเดท Algorithm ของ Google ซึ่งมีการอับเดทเล็กๆน้อยแทบจะทุกวัน และมีการอับเดทครั้งใหญ่หลายครั้งต่อปี การลงโทษในกรณีนี้เว็บมาสเตอร์แทบจะไม่เห็นสิ่งบ่งชี้อื่นเลยนอกจากพบว่าอันดับของเว็บไซต์ของตัวเองได้ตกไปแล้ว และ google ก็ไม่ได้ส่งข้อความมาแจ้งเตือนอะไรด้วย วิธีการเดียวที่รู้ได้คือหมั่นตรวจสอบผลการค้นหาจากการค้นหาตรง หรือใช้เครื่องมือสถิติเว็บ เช่น Google Analystics หากเว็บไซต์ของเรามี traffic มาจาก Google ก็จะเห็นกราฟจำนวนเข้าชมเว็บร่วงลงอย่างชัดเจน

google-penalties-graph

วิธีการแก้ไขการถูกลงโทษแบบนี้คือต้องเข้าใจ กฏและระเบียบของ Google ให้ระเอียดแล้วหาให้ได้ว่ามีส่วนไหนบ้างที่เว็บของเราไม่ตรงตามกฏเกณฑ์และรีบแก้ไขโดยด่วน เมื่อมีการอับเดท Algorithm ครั้งต่อไป เว็บของเราก็อาจจะถูกยกเลิกจากการถูกลงโทษ

Google Penalty ไม่ใช่สิ่งใหม่เลย มันถูกสร้างมาตั้งยุคแรกของ Google และจะยังคงอยู่ต่อไปจนตราบเท่าที่ยังมี Google อยู่ การทำ SEO แบบพยามหลอก Google หรือที่เรียกว่า Black-Hat SEO จึงเป็นการทางเลือกที่ผิดมหันต์ วิธีเดียวที่เว็บไซต์จะอยู่ในตำแหน่งที่ดี และไม่ถูกลงโทษ คือการทำ SEO แบบมีคุณภาพและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ Google กำหนด หรือที่เรียกว่า White-Hat SEO เท่านั้น

โอเคตอนนี้รู้แล้วว่าหากต้องการให้ปรากฏในผลการค้นหา Google ก็ต้องทำตามกฏ เริ่มต้นก็ไม่ยาก อ่าน กฏและระเบียบของ Google ได้เลยครับ

 

No Responses

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *