ขอร้องหละช่วยอธิบายง่ายๆหน่อยเถอะ SEO คืออะไร และมันทำงานอย่างไร?

อธิบายแบบสั้นๆง่ายๆเลย SEO หรือ Search Engine Optimization คือ การให้เว็บไซต์ของเราปรากฏอยู่ในตำแหน่งต้นๆของผลการค้นหา หลังจากที่ค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดที่เราต้องการใน Search Engine ซึ่งหลักๆเลยคือ Google  Big และ  Yahoo

เนื่องจาก Google เป็น Search Engine ที่ใหญ่และมีคนใช้มากที่สุดในโลก SEO จึงมุ่งเน้นไปที่ทำให้เว็บของเราปรากฏในผลการค้นหาของ Google นั่นเอง

ตัวอย่างเช่น เรามีเว็บขายหนังสือมือสอง เราก็อยากให้เว็บไซต์ของเราอยู่ในตำแหน่งต้น เมื่อมีคนค้นหาคำว่า “หนังสือมือสอง” ใน Google เราต้องทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของเราอยู่ในตำแหน่งต้นๆดังกล่าว

SEO-Library

เพื่ออธิบายให้เห็นภาพของ SEO ชัดเจน ขออ้างอิงถึงตัวอย่างที่เว็บ Search Engine Land ได้อธิบายไว้โดยเทียบกับตัวอย่างห้องสมุดให้เห็นภาพชัดเจน หากต้องการดูวีดีโอต้นฉบับภาษาอังกฤษสามารถเปิดได้ตามนี้เลย What Is Search Engine Optimization แต่ถ้าไม่อยากฟังภาษาอังกฤษผมได้สรุปไว้ให้แล้ว ติดตามอ่านได้ตามนี้เลย

ให้จินตนาการว่าคุณเป็นบรรณารักษ์ของห้องสมุดแห่งหนึ่ง ไม่ใช่แค่ห้องสมุดธรรมดาๆ เป็นห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือทุกเล่มบนโลกนี้ไว้ หน้าที่ของคุณคือ ทุกๆวันต้องค้นหาหนังสือมาให้สมาชิกตามที่สมาชิกต้องการ โดยสมาชิกจะแจ้งว่าว่าเนื้อหาหรือข้อความแบบนี้ๆช่วยหาหนังสือที่มีเนื้อหาดังกล่าวให้หน่อย

แล้วคุณจะทำยังไงหละที่จะค้นหาหนังสือได้ทุกเล่มในอภิมหาห้องสมุดแห่งนี้? แน่นอนคุณต้องมีระบบที่สามารถบันทึกข้อความทุกตัวอักษรในหนังสือแต่ละเล่ม และบันทึกว่าหนังสือแต่ละเล่มเชื่อมโยงสัมพันธ์กับเล่มอื่นๆอย่างไร

การจะได้หนังสือตามที่สมาชิกแต่ละคนต้องการระบบของคุณจะต้องประมวลข้อมูลอย่างมหาศาลเพื่อหาหนังสือตรงกับความต้องการของสมาชิกให้ได้มากที่สุด แน่นอนไม่ใช่งานหมูเลย

Search Engine หลักๆ เช่น Google หรือ Yahoo หรือ Bing ก็คือบรรณารักษ์ของอินเตอร์เน็ตนั่นเอง!! ในที่นี้จะขอใช้ Google แทน Search Engine ทั้งหมดเนื่องจากเป็น Search Engine ที่ฮิตที่สุด และเข้าใจว่าดีที่สุดในตอนนี้

 

 

SEO-Mech

ก่อนที่จะสืบค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้ ระบบของ Google จะต้องสแกนข้อความทุกคำ เนื้อหาทุกประโยค ในทุกๆเว็บไซต์บนโลก และบันทึกลงในฐานข้อมูลของตัวเอง กระบวนการนี้เรียกว่า Indexing เช่นเดียวกับกระบวนการที่บรรณารักษ์ทำการจัดเจ็บข้อมูลของหนังสือทุกเล่มในห้องสมุดไว้ในลิ้นชัก Index ประจำห้องสมุด

เมื่อมีคนค้นหา Google ระบบของ Google จะค้นหาจากฐานข้อมูลหรือว่า Index ที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว (ไม่ได้ค้นหาจากอินเตอร์เน็ตทั้งหมดในตอนที่ค้นหานั้น) และแสดงรายการเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาตรง หรือใกล้เคียงกับคำที่ค้นหานั้นให้มากที่สุด

ในการแสดงผลนี้ Google ใช้ “สูตรลับ” ของตัวเองในการคำนวน ประมวลผล และแสดงผลการค้นหาออกมาเป็นรายการผลการค้นหาอย่างที่เราเห็นๆกันทุกวัน สูตรลับที่ว่าภาษาคอมพิวเตอร์เขาเรียกว่า “Algorithm”

อธิบายเป็นภาษาไทยเข้าใจง่ายๆ Algorithm ตัวนี้ก็คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ Google สร้างขึ้นเพื่อทำการสืบค้นจากข้อมูลเว็บไซต์ทั้งหมดที่มี ประมวล และแสดงเป็นผลการค้นหา

ในโลกนี้นอกจากวิศกรคอมพิวเตอร์ของ Google ไม่กี่คน ไม่มีใครรู้ว่า Algorithm ที่ว่านี้ทำงานยังไง แต่ทุกคนรู้ว่ามันคือหัวใจของการประมวลและแสดงผลของ Google ทั้งหมด ก็เพราะ Algorithm ตัวนี้แหละ Google ถึงร่ำรวยมหาศาลและแทบจะครองโลกได้อยู่แล้ว (ถ้าไม่มี facebook มาขวางซะก่อน)

ทีนี้เมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว จุดประสงค์หลักคือให้คนเข้าชมเว็บไซต์ของเรามากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เราจึงจำเป็นต้องเพิ่งผลการค้นหาเป็นอย่างมาก เพราะหากเว็บไซต์ของเราปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆคนก็จะคลิ๊กเข้าดูเว็บไซต์เยอะ คนก็จะรู้จักเว็บของเราเยอะ

 

SEO-raising

ดังนั้นหัวใจสำคัญที่สุดของการอยู่ในตำแหน่งต้นๆของผลการค้นหา Google คือ การทำให้เว็บไซต์ของเรามีคุณสมบัติตรง หรือใกล้เคียงตามที่ Algorithm ดังกล่าวต้องการ เพื่อนำไปแสดงผลตามคำค้นหา หรือคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่คนใช้คนหา ตรงนี้แหละที่เราเรียกว่า Search Engine Optimization หรือ SEO

อย่างที่กล่าวไว่ก่อนหน้านี้นอกจากพนักงานของ Google เพียงไม่กี่คน ไม่มีใครรู้อย่างละเอียดหรอกว่า Google ทำงานยังไง แต่ก็ยังมีข่าวดีอยู่ คือ Algorithm นี้มันก็ไม่ได้เป็นความลับดำมืด 100% หรอกนะ เว็บมาสเตอร์ วิศกรคอมพิวเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญ SEO ทั่วโลกได้ระดมมันสมองช่วยกันวิเคราะห์ ทดสอบปีแล้วปีเล่า สามารถหาคุณสมบัติหลักๆที่ Algorithm ของ Google ใช้ในการประมวลผล และสรุปออกมาเป็นแนวทาง SEO ที่ได้ผลที่สุด

ถ้างั้นเรามาดูกันดีกว่าคุณสมบัติที่สำคัญ ที่มีผลต่อตำแหน่งผลการค้นหาของ Google มีอะไรบ้าง

  1. เนื้อหา ทุกๆวัน Google ได้ทำการจัดเก็บข้อความทุกตัวอักษรในทุกเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต เมื่อมีคนค้นหาคำว่า “หนังสือมือสอง” Google จะสืบค้นคำว่า หนังสือมือสอง และแสดงเว็บไซต์ที่มีคำๆนี้เท่านั้น ดังนั้นเว็บไซต์ไหนที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับคำที่ใช้ค้นหามากที่สุดก็จะปรากฏในตำแหน่งดีที่สุด แต่ก็ใช่ว่าเราจะทำเนื้อหายังไงก็ได้ ไปก๊อปของคนอื่นมายังไงก็ได้ Google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่เป็นต้นฉบับที่เขียนเอง ที่เรียกว่า Fresh Content เป็นเนื้อหาที่แตกต่าง มีคุณค่ากับผู้อ่าน ดังนั้นการไปก๊อปเนื้อหาของเว็บอื่น หรือเว็บที่ดังๆแล้วหวังจะให้เว็บของตัวเองมีเนื้อหาที่ดีจริงเป็นการกระทำที่ขัดต่อการสร้างคุณสมบัติที่ดีของเว็บไซต์ Google จะทำการลดค่าของเว็บนั้น และจะมีผลกระทบต่อผลการค้นหาเป็นอย่างมาก
  2. หัวเรื่องหน้าเว็บเพจ หรือ Title เป็นชื่อหัวเรื่องของเว็บหน้านั้นๆ ซึ่งปรกติเว็บมาสเตอร์จะไม่ให้ความสำคัญซักเท่าไหร่เพราะ Title มักจะแทรกอยู่ใน code html แต่ Google ก็ให้ความสำคัญกับ Title ของหน้าเว็บเป็นอย่างมาก เพราะ Title ก็เปรียบเสมือนชื่อหนังสือที่สรุปรวบยอดเนื้อหาทั้งหมดในเล่ม
  3. ลิงค์ระหว่างเว็บไซต์ต่างๆ หรือถ้าเอาเว็บไซต์ของเราเป็นศูนย์กลางก็จะหมายถึงลิงค์ที่เว็บอื่นๆชี้มาที่เว็บของเรา เรียกว่า Backlink ซึ่งการที่เว็บไซต์เว็บหนึ่งทำลิงค์ไปยังอีกเว็บไซต์หนึ่ง Google จะมองว่า เป็นการแจ้งผู้อ่านว่าเว็บไซต์ที่ลิงค์ไปนี้มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ดังนั้นเว็บไซต์ไหนที่มีลิงค์เข้ามาจำนวนมาก Google จะมองว่าเว็บไซต์นี้มีความสำคัญ และจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีในผลกาค้นหา แต่ก็มีเว็บมาสเตอร์จำนวนมากที่พยายามจะหลอก Google โดยการซื้อลิงค์เข้าจากเว็บอื่นๆ หรือทำลิงค์จากเว็บไซต์อื่นๆของตัวเองมายังอีกเว็บไซต์ของตัวเอง แต่ส่วนมากแล้วจะหลอก Google ไม่ได้ผลเพราะ Google เองก็มีเครื่องมือตรวจสอบที่ดีกว่า แถมยังจะลดความสำคัญของเว็บนั้นไปด้วย และเพื่อแก้ปัญหานี้ทางหนึ่งที่ Google ใช้คือให้ความสำคัญกับลิงค์ที่มาจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ หรือเว็บไซต์ใหญ่ ตัวอย่างเช่นเว็บไซต์ไหนก็ตามที่ เว็บไซต์ CNN ลิงค์เข้ามา Google ย่อมจะมีความสำคัญกว่าเว็บอื่นที่ไม่มีลิงค์เช่นนี้ และอาจจะมีผลต่อผลการค้นหาอีกด้วย
  4. โครงสร้างเว็บไซต์ แน่อนอะไรที่มีโครงสร้างเป็นสัดเป็นส่วน มีแบบแผนย่อมเป็นอะไรที่เราจะเข้าใจมันง่าย เว็บไซต์ก็เหมือนกัน Google จะเข้าใจ และอ่านเนื้อหาในเว็บได้ง่ายก็ต่อเมื่อมีโครงสร้างที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ตรงไปตรงมา มีคำอธิบายโครงสร้างอย่างเป็นระเบียบแบบแผน สิ่งเหล่านี้เรียกรวมกันว่า Structured Data ในปี 2011 Google Yahoo และ Bing ได้ร่วมมือกันสร้างบรรณานุกรมสำหรับจัดการโครงสร้างของเว็บไซต์ที่เป็นรูปแบบที่ให้ Search Engine อ่านได้ง่าย ที่เรียกว่า Schema เว็บไหนที่ออกแบบได้ตรงตาม Schema ดังกล่าวก็จะเป็นที่รู้จักของ Search Engine ได้ง่ายกว่า และอาจจะส่งผลให้เว็บไซต์ดังกล่าวอยู่ในต่ำแหน่งต้นๆของผลการค้นหา
  5. ความน่าเชื่อถือ หรือ Reputation ของเว็บไซต์ ซึ่งก็คือผลรวมของประวัติของเว็บไซต์ที่เว็บไซต์ดำเนินการมา เช่นลักษณะการอับเดทเนื้อหามีคุณภาพหรือ Fresh content อย่างต่อเนื่อง ปริมาณของ Backlink ที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา เว็บไซต์ที่มีคนเข้าชมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เว็บไซต์ที่ไปปรากฏในเว็บที่น่าเชื่อถืออื่นๆ Google จะมองว่าเป็นเว็บมีความน่าเชื่อถือสูง และจะมีผลต่อผลการค้นหาเป็นอย่างมากเช่นกัน

คุณสมบัติที่กล่าวมาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น Algorithm ของ Google ถูกอับเดททุกวัน และยังมีคุณสมบัติอีกเยอะเลยหนะที่ Google ใช้นำมาประเมินคุณภาพของเว็บไซต์ เรียกว่าแทบจะตามกันไม่ทันอยู่แล้ว เว็บมาสเตอร์ควรจะต้องติดตามอับเดทและปรับเว็บไซต์ของตัวเองอย่างตื่อเนื่องจึงจะได้ SEO ที่ได้ผล

สรุป SEO ที่ดีคือการสร้างให้เว็บไซต์มีเนื้อหาที่มีคุณภาพ และมีคุณสมบัติตามที่ Algorithm ของ Google ต้องการเพื่อนำไปแสดงเป็นการค้นหา

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *