จ้างผู้รับทำ SEO ดีไหม? ถ้าจ้างควรเตรียมตัวอย่างไร?

woman and business plan

woman and business plan

งานทำ SEO แม้จะไม่ยากมาก แต่ก็เป็นงานหิน เสียเวลาและเสียพลังงานเป็นอย่างมากกว่าจะเห็นผล และก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าได้ผลขนาดไหน บางครั้งเอาพลังทั้งหมดมาทุ่มลงกับ SEO ก็ไม่ต้องทำธุรกิจหลักของตัวเองกันพอดี หลายๆบุคคล หลายๆบริษัทจึงหันมาจ้างผู้เชี่ยวชาญให้ดูและ SEO ให้เพื่อจะได้เอาเวลาไปทุ่มกับธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่

การจ้างผู้รับทำ SEO ก็เหมือนการจ้างทนายประจำตัวหรือประจำบริษัท ถ้าเจอทนายที่เก่งมี ฝีมือ มีคุณธรรมก็จะช่วยทำให้ธุรกิจก้าวหน้ารุ่งเรืองสามารถปกป้องทรัพย์สินของเราได้ นอกจากนั้นยังสามารถรับมือกับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเจอทนายฝีมือไม่เอาไหน ไม่จริงใจ ก็จะมีแต่เรื่องเสียเงินเสียทอง สุดท้ายก็อาจจะชิบหายได้

การจ้างผู้รับทำ SEO ก็เช่นกัน สามารถชี้เป็นชี้ตายธุรกิจได้ จ้างถูกคนธุรกิจก็ก้าวหน้า เพราะผู้รับทำ SEO ที่ดีมีแต่จะหาหนทางให้ธุรกิจเราเป็นที่รู้จักในโลกอินเตอร์เน็ต ช่วยเราเพิ่มรายได้ แต่ถ้าจ้างผิดคนก็มีแต่เพิ่มค่าใช้จ่าย แทนที่เว็บไซต์จะอยู่ตำแหน่งดีๆอาจจะเละเทะไม่เหลืออันดับอะไร สุดท้ายได้ไม่คุ้มเสีย

SEO-find

ลักษณะการจ้างผู้เชี่ยวชาญ SEO มีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือ จ้างในรูปแบบเป็นผู้ให้คำแนะนำในการปรับปรุง ปรับแต่งเว็บไซต์ ให้มีคุณสมบัติตามที่ Googel ต้องการ งานส่วนใหญ่จะอยู่ที่เจ้าของเว็บไซต์ ผู้เชี่ยวชาญ SEO เป็นเพียงคอยบอกวิธีและวิเคราะห์ผล SEO ในระหว่างที่ว่าจ่าง แบบที่สองคือการยกงาน SEO ทั้งหมดให้ผู้รับจ้างดูแลทั้งหมด

ผู้ให้บริการทำ หรือที่ปรึกษา SEO มี 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. ประเภทบุคคล ซึ่งก็คือบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญให้บริการในนามบุคคล อาจจะเป็นฟรีแลนซ์ หรือรับงานเป็นจ๊อบๆไป ข้อดี ไม่มีพิธีรีตรอง คือติดต่อสะดวกคุยได้ตรงๆ ราคาไม่แพง ข้อเสียคือบางครั้งติดต่อสะดวก แต่บางครั้งอาจจะติดต่อไม่สะดวกเพราะไม่มีรูปแบบการติอต่อที่ชัดเจน ไม่เหมือนเป็นองค์กร อาจจะติดตามลำบาก ส่วนฝีมือนั้นขึ้นอยู่กับบุคคล บางคนมีผีมือ
  2. ประเภทองค์กร ซึ่งก็คือบริษัทที่ให้บริการทางด้าน SEO โดยเฉพาะ ข้อดีคือ ดีลงานในกันรูปแบบบริษัท จัดเจน มีแบบแผน มีรายงาความคืบหน้าประจำ มีความเป็นมืออาชีพมากกว่า แต่ข้อเสียคือ ค่าใช้จ่ายสูงมาก บางครั้งไม่เหมาะกับผู้เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็กๆ
  3. ประเภทเครื่องมือออนไลน์หรือทีมที่ปรึกษา ซึ่งก็คือกลุ่มบุคคล หรือองค์กร ที่ให้บริการด้าน SEO โดยอาศัยเครื่องมือของตัวเอง ประกอบกับให้การปรึกษาวิเคราะห์เว็บไซต์ผ่านทางออนไลน์ หรือบางครั้งกึงใช้เครื่องมือ กึงให้คำปรึกษา เช่น MOZ, KISSMetrics และ Backlinkco ข้อดีคือมีเครื่องมือที่ทันสมัย บางอย่างสามารถจัดการได้เองก่อนหากสงสัยเพิ่มเติมสามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ ข้อดีคือได้รับความทันสมัย แต่ข้อเสียคือราคาแพง เราจำเป็นต้องมีพื้นฐาน SEO อยู่บ้าง และที่สำคัญของไทยยังไม่มีบริการแบบนี้ซักเท่าไหร่

bad-seo-google-penalty

ลักษณะของผู้รับทำ SEO ที่ดีมีดังนี้

  • โปร่งใส่ แจ้งให้เรารู้ว่ามีแผนจะทำอะไร และให้เรารู้ว่าทำอะไรไปบ้าง โดยไม่กั๊ก
  • เปิดโอกาสให้เราซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจได้เข้าใจกระบวนการ สอนให้เราทำเองในบางส่วนที่ทำได้ ไม่กลัวว่าเราจะเอามาทำเอง
  • ไม่พยายามทำให้ลูกค้างงโดนการเลี่ยงศัพท์เทคนิคให้มาที่สุด
  • รายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
  • มีเป้าหมายว่าจะให้บรรลุถึงระดับไหน
  • กล้าที่จะรับประกันผลงาน
  • แผนราคาชัดเจน บางครั้งราคาอาจจะสูงจริง แต่มีแผนการที่ชัดเจนและวัดผลได้ ไม่มีค่าใช่จ่ายแอบแฝง

สรุปรวบยอดคือผู้ให้บริการทำ SEO ที่ดีจะคอยแนะนำพาเราเดินไปตามเส้นทาง SEO ให้เราได้รู้ได้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และรายงานผลให้ทราบอย่างต่อเนื่อง โปร่งใส เต็มใจที่จะให้ความรู้เรื่อง SEO ว่าผู้ประกอบการสามารถทำได้เองตรงไหนบ้าง

ส่วนลักษณะของผู้รับทำ SEO ที่แย่มีดังนี้

  • ไม่ชัดเจน ไม่โปร่งใส่ ไม่บอกว่าจะทำอะไร หรือได้ทำอะไรไป ทุกอย่างเหมือนเป็นเรื่องของเทคนิคทั้งหมด
  • อมภูมิ ไม่มีความปราถนาที่จะสอนหรือให้ความรู้คำแนะนำเรื่อง SEO แต่ลูกค้า เพราะกลัวลูกค้าจะเอาไปทำเอง
  • อ้างศัพท์เทคนิคสารพัดให้ลูกค้าเข้าใจว่าเป็นเรื่องยาก
  • ไม่แจ้งค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน บางครั้งมีค่าใช้จ่ายแฝงตามมา มีการซุกซ่อนราคาและมาเปิดเผยเพื่อดำเนินการไปได้เยอะแล้ว หากไม่จ่ายเพิ่มก็จะไม่ได้รับบริการที่เต็มที่
  • อาศัยความไม่รู้ของเรา เสนอราคาที่เกินจริง ทั้งๆที่บางอย่างสามารถทำได้ง่ายๆไม่มีต้นทุนสูง

สรุปรวบยอดคือผู้ให้บริการทำ SEO ที่แย่คือ อาศัยความไม่รู้ของเราให้รู้สึกว่า SEO เป็นอะไรที่ซับซ้อน หาทางเอาเงินจากเราจากทุกๆกระบวนการที่เราไม่เข้าใจ ไม่มีแผนที่ชัดเจนว่าทำอะไรบ้าง อ้างว่าเป็นเรื่องของเทคนิค

 

เมื่อไหร่ควรจ้างคนทำ SEO

  • เมื่อเว็บไซต์ของคุณโดน Google Penalty เมื่อถูกกูเกิลลดอันดับน้ำหนักเว็บไซต์จะตกอันดับอย่างรวดเร็ว กรณีนี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การศึกษาหรือลองผิดลองถูกให้เว็บไซต์กลับมาอยู่ตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งที่ดีกว่าอาจจะไม่ทันการ ผู้รับจ้างส่วนใหญ่มักจะรู้วิธีแก้ Google Penalty อย่างรวดเร็ว กรณีนี้สมควรอย่างยิ่งที่จะลงทุนจ้างคนทำ SEO
รูปจาก MOZ

รูปจาก MOZ

  • เมื่อคุณเปลี่ยนรูปแบบ หรือเปลี่ยนโครงสร้างของเว็บไซต์อย่างมโหฬาร กรณีนี้หมายความว่าคุณมีเว็บไซต์เดิมอยู่แล้ว อาจจะอยู่ในตำแหน่งที่คุณพอใจพอสมควร แต่มีการเปลี่ยนแปลงหน้าตา หรือโครงสร้าง หรือเปลี่ยนระบบของเว็บไซต์ทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจจะมีผลกระทบต่อการจัดเก็บข้อมูลของเว็บไซต์เป็นอย่างมาก ตำแหน่งอาจจะร่วงไปอยู่ท้ายๆภายในระยะเวลาอันสั้น จึงจำเป็นต้องมีการดึงตำแหน่งขึ้นมาเป็นการเร่งด่วน สถานการณ์แบบนี้เหมาะที่จะปรึกษาหรือจ้างผู้ให้บริการ SEO
  • เมื่อคุณทำเว็บไซต์เพื่อเปิดตัว (Launch) สินค้าหรือบริการ โดยมีระยะเวลาเป็นเงื่อนไข กรณีนี้เป็นการวางแผนเปิดตัวธุรกิจใหม่โดยใช้เว็บไซต์เป็นเครื่องมือในการทำตลาด  SEO ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะได้ผลแต่คุณไม่มีเวลามากพอที่จะลองผิดลองถูกหรือทำเองทุกอย่าง และคุณต้องการให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆโดยใช้เวลาน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ กรณีนี้ก็เหมาะที่จะจ้างผู้เชี่ยวชาญทำ SEO ให้
  • เมื่อเว็บไซต์ของคุณประสบความสำเร็จระดับหนึ่งและต้องการทุ่มพลังทั้งหมดไปกับการขยายธุรกิจหลัก แต่ต้องการรักษาตำแหน่งของเว็บไซต์ให้อยู่ตำแหน่งต้นๆ สถานการณ์แบบนี้เหมาะสมที่จะจ้างผู้รับทำ SEO เพื่อคุณจะได้มีเวลาในการขยายธุรกิจของคุณต่อไป
  • เมื่อราคาสินค้าหรือบริการของคุณมีราคาสูงเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการทำ SEO แล้วคุ้ม เช่นธุรกิจอุปกรก่อสร้าง ธุรกิจทำความสะอาดอาคาร ธุรกิจขายเครื่องมือที่มีราคาแพง เป็นต้น ธุรกิจประเภทนี้เว็บไซต์ที่ขึ้นอันดับต้นๆจะมีคนเข้าไปดูและสนใจใช้บริการมากกว่าลำดับอื่นๆ ธุรกิจประเภทเมื่อลูกค้าทำการซื้อแต่ละครั้งจะมีมูลค่าสูงมักจะคุ้มค่าที่จะทำให้เว็บไซต์อยู่ตำแหน่งต้นๆ กรณีนี้ก็น่าจะพิจารณาใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญอย่างยิ่ง
  •  เมื่อคุณมีงบประมาณตั้งแต่เริ่มต้น การทำ SEO ใช้งบประมาณไม่น้อยเลยทีเดียว ค่าใช้จ่ายมีตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่นจนถึงหลักแสน สำหรับองค์ใหญ่ๆมูลค่าระดับร้อยล้านขึ้นไปมีการจ่ายที่ปรึกษา SEO เป็นหลักล้านต่อปีก็มี หากเพิ่มเริ่มเปิดเว็บไซต์หรือแฟนเพจแต่ยังไม่อยากนำงบไปทำ SEO ก็ยังไม่ควรจ้าง หากมีงบประมาณไม่มากควรทำเองศึกษาเองไปก่อน  แต่หากมีเงินทุนจำนวนเพียงพอและอยากจะให้มืออาชีพดูและ SEO ให้ ก็สมควรที่จะจ้างอย่างยิ่ง

 

ข้อผิดพลาดในการจ้างผู้รับทำ SEO

การจ้างผู้เชี่ยวชาญ SEO ไม่จำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการของการทำ SEO (ไม่อย่างนั้นจะจ้างทำไม) แค่ควรรู้ลักษณะของ SEO ถ้าไม่รู้อาจจะเป็นต้นเหตุของการตัดสินใจผิดในการจ้างผู้ทำ SEO ขออ้างข้อมูลที่รวบรวมโดย Huffington Post เรื่อง 5 ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงในขณะที่จ้างบริษัททำ SEO

seo-mistakes-eraser

  1. จ้างผู้ทำ SEO โดยดูจากคำสัญญิงสัญญาว่าจะเว็บไซต์จะอยู่ตำแหน่งต้นๆโดยการปรับ keyword อย่างเดียว บางรายจะส่งรายงานหรูๆถึงตำแหน่งของ keyword ในแต่ละเดือน ความเป็นจริงคือ keyword เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้นเอง การทำ SEO ยังประกอบไปด้วยเนื้อหาที่ดี ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้งาน Backlink ความเร็วของการโหลด ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์
  2. จ้างผู้ทำ SEO โดยดูจากคำสัญญิงสัญญาว่าจะได้ผลเร็วที่สุด ไม่มีใครสามารถทำนายได้แน่นอนว่าหลังจากทำ SEO แล้วจะได้ผลเร็วแค่ไหน กับ Keyword ไหน บางคั้งอาจจะ 2 วัน บางครั้ง 2 อาทิตย์ บาง keyword อาจจะ 4 เดือน อย่าเชื่อผู้ให้บริการที่สัญญาว่าจะได้ผลเร็ว แต่ให้ดูจากแผนการว่าจะดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนอย่างไร
  3. จ้างผู้ทำ SEO โดยดูจากราคาที่ต่ำที่สุด ราคาต่ำที่จ่ายไปกับค่าบริการอาจจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหาระยะยาวหากได้ทีมงานหรือบริษัทที่ไม่มีฝีมืออาจจะทำให้เว็บไซต์ถูก Google Penalty และโดยทั่วไปบริการราคาถูกๆมักจะมากับของที่ไม่ได้คุณภาพ เพราะคนทำก็ต้องให้มีต้นทุนน้อยที่สุด SEO ที่ดีๆไม่ได้มีราคาอยู่ที่ 500-600 บาทต่อเดือน ผู้ให้บริการ SEO ที่มีประสบการณ์และฝีมือดีอาจจะคิดค่าบริการตั้งแต่หลักหมื่นบาทต่อเดือน ในขณะเดียวกันก็เลี่ยงผู้ให้บริการที่เสนอราคาที่ต้องจ่ายเงินจำนวนมากก่อนลงมือทำงาน หรือจ่ายทั้งหมดก่อนเริ่มงาน แบบนี้มีโอกาสสูงที่ผู้ให้บริการจะขาดพลังหรือแรงกระตุ้นในการสร้างสรรงานออกมาเพราะได้เงินไปแล้ว นี่ไม่นับว่าผู้ให้บริการนั้นอาจจะตั้งใจรีดเงินจากเราตั้งแต่แรก ผู้ให้บริการที่ดีจะเสนอแผนการชำระเงินที่ชัดเจน โดยเน้นให้ผู้ว่าจ้างได้เห็นผลงานไปพร้อมๆกับการชำระเงินเป็นงวดๆไป แต่ถ้ายังมีงบไม่พอควรที่จะศึกษาเองทำเอง และดำเนินไปอย่างช้าๆจะดีกว่าในหลายๆด้าน
  4. จ้างผู้ทำ SEO ที่มีเครื่องมือหรือซอท์ฟแวร์สำเร็จรูป ไม่มีเว็บไซต์ในโลกที่เหมือนกัน 100% ถ้าไม่ได้ก๊อปปี้กันมา ดังนั้นผู้ให้บริการที่อ้างว่ามีซอท์ฟแวร์ที่นำมาช่วยทำ SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพมักจะเป็นเพียงแค่คำโฆษณา การทำ SEO ประกอบไปด้วยการวิเคราะห์ การปรับ การแก้ไข ซึ่งแทบจะเป็นงาน Manual หรือทำเองด้วยมือเป็นส่วนมาก ตรงนี้อย่าสับสนกับซอท์ฟแวร์ตรวจสอบคุณสมบัติของเว็บไซต์ที่มีผลต่อ SEO นะครับ เช่น MOZ หรือ Majestic เครื่องมือเหล่านี้เป็นเครื่องมือตรวจสอบว่าเราควรจะปรับปรุงส่วนไหนของเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดีมากๆ และก็แพงมาก

 

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อใช้บริการ SEO

ผู้ให้บริการ SEO มีหลายประเภท ทั้งจริงใจ ไม่จริงใจ ต้องการทำธุรกิจกับเราในระยะยาว หรือกะฟันหัวหวังผลระยะสั้น การใช้บริการจำเป็นต้องระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ติดกับดักผู้ใช้บริการบางรายที่เสนอบริการเสริมในแนวได้ผลทาวลัด หรือ

  • อย่าซื้อ โปรแกรมที่ทำการจัดการ SEO อัตโนมัติ อย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ SEO เป็นเรื่องของเทคนิคมากกว่าการเขียนโปรแกรม ดังนั้นไม่มีโปรแกรมสำเร็จรูปไหนที่ใช้ได้กับทุกเว็บไซต์
  • อย่าซื้อ Backlink หรืออย่าใช้บริการที่ทำ Backlink ให้เว็บไซต์เราโดยที่ไม่รู้ว่าลิงค์มาจากไหน มีผู้ให้บริการจำนวนมากเข้าใจว่าหากเพิ่ม backlink มากๆแล้วจะทำให้น้ำหนักเว็บเพิ่มขึ้น ความจริงก็คือน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อเป็น Backlink ที่มาจากเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น ถ้ามาจากเว็บไซต์ที่เป็น Spam ลิงค์ที่ได้ก็จะเป็น Spam ด้วย น้ำหนักของเว็บไซต์เรานอกจากจะไม่เพิ่มแล้วยังจะลดลงไปอีก
  • อย่าซื้อบริการทำบทความเพียงเพราะคำโฆษณาว่าเป็นบทความเพื่อเพิ่ม SEO เราไม่รู้ว่าบทความนี้ถูกนำไปลงในเว็บไซต์อื่นๆกี่ครั้งแล้ว การมีเนื้อหาที่ซ้ำกันมีแต่ดึงนำหนักของเว็บไซต์ให้ต่ำลง
  • อย่าหวังเพิ่ง Traffic จากผลการค้นหา Google แบบธรรมชาติ (Organic Search) อย่างเดียว การหวังให้คนเข้าชมเว็บไซต์จากทาง Google อย่างเดียวเป็นการเสียโอกาสที่สมควรได้ไปอย่างมาก ยังมีอีกหลายๆทางที่จะช่วยเพิ่ม Traffic ได้ เช่น ทำ Google Adwords โฆษณาลงบน Facebook หรือที่เรียกว่า Facebook Ads หากต้องการโปรโมตแบบฟรีก็ยังมีการเข้าร่วมกับกระดานสนทนาต่างๆ แล้วใส่ Signature หรือการทำให้เว็บไซต์ปรากฏใน Social Network ต่างๆ เช่น facebook, twitter, Instagram, Pinterest หรือกระทั่งแอปส่งข้อความอย่างเช่น LINE หรือการทำบล็อกในเว็บต่างๆเช่น Blogger หรือ Weebly หรือ Tumblr ยิ่งปรากฏตัวในเว็บต่างมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะเป็นผลดีเท่านั้น แต่อย่าลืมข้อหนึ่งอย่าทำตัวเป็น spam โดยการโพสต์หรือแสดงข้อความเดิมๆถี่ๆนอกจากจะทำให้คนเห็นรำคาญแล้วจะถูก Google มองเป็น Spam
  • อย่าจ้างคนทำ SEO ในสิ่งที่เราทำได้เอง มีหลายๆอย่างเลยที่เราสามารถทำได้เอง อย่างแรกคือเนื้อหา หรือ content ไม่มีใครรู้ธุรกิจของเราดีเท่าตัวเราเอง เนื้อหาควรเป็นสิ่งที่เราจัดการเอง แต่ให้ผู้ให้บริการเข้ามาดู ตรวจสอบว่าควรจะจัดการ keyword ลงเนื้อหาอย่างไรให้เหมาะสม หรือการทำตัวอักษรหนาตรงไหน หรือการทำ text link ควรทำอย่างไรเป็นต้น ตัวอย่สงต่อมาเช่นการตรวจสอบสถิติเราสามารถทำเองได้ผ่านทาง Google Analystics

seo-consultant-meeting

 

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ให้บริการ SEO รายไหนดี หรือแย่?

มีอยู่ 2 วิธีซึ่งไม่ยากนักคือ ศึกษาประวัติผลงานที่ผ่านมา ซึ่งมักจะปรากฏในเว็บไซต์ ถ้าไม่มีเว็บไซต์ หรือมีแค่แฟนเพจบนเฟสบุ๊ค หรือทำเว็บบนเว็บบล็อกแบบฟรี ไม่ต้องจ้างเลย แม้แต่เว็บไซต์ของตัวเองยังไม่ลงทุน และ SEO ของตัวเองยังทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องหวังว่าจะทำให้ลูกค้าได้แค่ไหน วิธีที่ 2 คือ ก่อนตกลงจ้างให้พูดคุยสอบถาม ว่าจะทำอะไร มีแผนอะไร และพร้อมจะเผยข้อมูลให้เรารู้แค่ไหนว่าจะทำอะไรบ้าง เราจะต้องตั้งคำถามให้ผู้ให้บริการทำ SEO ตอบเราให้ได้ก่อน บางคำถามอาจจะไม่มีคำตอบผิดถูกที่ชัดเจน แต่เป็นการทดสอบว่าผู้ให้บริการรายนี้มีแผนการหรือแนวคิดต่อการให้บริการ SEO กับเราอย่างไร  ในโพสต์ต่อไปเราจะมาดูว่ามีคำถามอะไรบ้างที่เราควรถามผู้ให้บริการ เพื่อจะดูว่าผู้ให้บริการแต่ละรายมีแนวคิดและแนวทางในการปรับปรุง SEO ของเว็บไซต์ของเราอย่างไร

 

 

ภาพ
www.authorland.net
www.seogazelle.com
www.searchengineland.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *